2018 · award · event

Notes from the sixth VI Know How seminar

17 Oct 2018

Original text in Thai

ก๊อบปี้มาจาก Line ให้เพื่อน ๆ ได้อัพเดทข้อมูลกัน จาก VI Know How ครั้งที่ 6 - วันที่ 6-7/10/18 ที่ผ่านมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์ ขอบคุณสำหรับผู้ที่สรุปข้อมูลมาให้อ่านกัน ณ ที่นี้ด้วยครับ :)

== Trends การตลาดอัจฉริยะ ==
..
ดร.เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาบอกเล่าเรื่องราว Trends น่าสนใจที่เราไม่รู้หรือมองข้ามไปในงาน VI Know How ครั้งที่ 6
Trend ที่ 1 … วัยรุ่นไม่เล่น Facebook
..
ในคลาสการตลาดของนิสิตปี 1 อ.เอกก์ ถามลูกศิษย์ว่า ใครเล่น Facebook บ่อย ๆ บ้าง มีอยู่ 10% ยกมือ
แล้วใครเล่น Line บ่อย ๆ บ้าง ………. ก็มีอีกประมาณ 10% ที่ยกมือ (แต่ทุกคนมี account Line นะ เอาไว้คุยกับพ่อแม่)
แล้วใครเล่น Twitter บ่อย ๆ บ้าง ……… ทีนี้คือยกมือกันทั้งห้อง
วันนี้มีคนใช้งาน Twitter ในเมืองไทย 12 ล้านคน แต่เป็น platform ที่โตเร็วที่สุด และสาเหตุที่คนรุ่นใหม่นิยมใช้กันก็เพราะ
1) เอาไว้ติดตามดาราเกาหลีที่อยู่บน Twitter กัน
2) สามารถแสดงตัวตนได้เต็มที่ ไม่มีใครมา report เหมือน Facebook
3) ข้อนี้สำคัญมาก คือ พ่อแม่ไม่เล่น Twitter เด็ก ๆ ที่โดนพ่อแม่ add friend ใน FB เลยหนีมาหาความเป็นส่วนตัวตรงนี้แทนที่พ่อแม่ไม่ได้ตามมาเล่นด้วย
..
hashtag ที่เป็น Trend ยอดนิยมที่เด็ก ๆ คุยกันวันนี้ก็คือ เรื่องที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจอย่างเช่น #มั่นสดได้ทุกวัน #บาสเด็กอ้วนที่แท้จริง #OURSKYY คำถามสำคัญก็คือว่า ถ้าเด็กเหล่านี้คือลูกค้าที่สำคัญในอนาคตของบริษัทต่าง ๆ เราเข้าใจพวกเค้ามากน้อยแค่ไหน
..
===========================
Trend ที่ 2 … หาคนมาให้เยอะก่อน รายได้เดี๋ยวว่ากัน
..
สมัยก่อนถ้าเราอยากฟังเพลง เราก็จะไปซื้อเทปเพลงมาฟัง หรือไม่ก็ขอเพลงตามรายการวิทยุ แล้วกดอัดลงเทป ซึ่งก็มักจะได้ยินเสียง DJ พูดแทรกอยู่เป็นประจำ ต่อมาเราก็เริ่มมาฟังเพลงด้วย CD MP3 จนล่าสุดมาฟังเพลงบน platform อย่าง JOOX หรือ Spotify
JOOX เป็นหนึ่งในเครือข่ายของ Tencent ยักษ์ใหญ่จากเมืองจีน (ที่เป็นเจ้าของ WeChat และ Sanook) ปีแรกของการมาเมืองไทย ผู้บริหารบินมาจากจีนและบอกว่า “KPI คือ ทำยังไงก็ได้ให้มีคนใช้ 10 ล้านคน ยังไม่ต้องพูดถึงรายได้หรือกำไร”
ง่ายเลยครับ แบบนี้ JOOX ให้ทุกคนฟังเพลงฟรี ทีนี้คนมาใช้กันเต็ม และครบ 10 ล้าน ไปได้อย่างรวดเร็ว
ปีต่อมา ผู้บริหารจีนบินมาใหม่บอกว่า “เอาล่ะ KPI ต่อไปคือให้หารายได้จาก 10 ล้านคน”
ก็ไม่ยากอีกเช่นกัน เพราะเราได้คนจำนวนมหาศาลมาแล้ว และ JOOX ก็รู้ใจคนฟังไปหมดทุกอย่าง รู้ว่าเราชอบเพลงแบบไหน จะแนะนำเพลงแนวเดียวกันให้เราฟังตลอดจนเราติด และ JOOX เองก็สามารถหารายได้จากทั้งค่าสมาชิก ค่าโฆษณา หรือถ้าใครอยากส่ง SMS ถึงคน 10 ล้านคน ก็ไม่ต้องพึง operator มือถือ มาส่งที่นี่ก็ได้
..
แนวคิดแบบนี้คือ การดึงคนให้เข้ามาอยู่กับเราจำนวนมาก ๆ ก่อน เราจะได้ฐานลูกค้าและข้อมูลจำนวนมหาศาลมาอยู่ในมือ ต่อไปการหารายได้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
================================
Trend ที่ 3 … เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องของอารมณ์
..
Richard Thaler ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปี 2017 ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ กับผลงานที่บอกว่า “คนเราตัดสินใจด้วยอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล”
ในห้องน้ำชายมักจะพบปัญหาว่า ผู้ชายฉี่เลอะเทอะออกมาจากโถปัสสาวะ วิธีแก้ที่ควรจะเป็นเหตุเป็นผลคือ การติดป้ายบอกผู้ชายว่า “จับแน่น ๆ” หรือไม่ก็ทำโถให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งดูเป็นเหตุเป็นผลดี แต่อาจจะไม่เหมาะหรือไม่คุ้ม วิธีการแก้ปัญหาง่าย ๆ ที่ Richard บอกคือ ให้แปะ sticker รูปแมลงวัน ไว้ในโถ ทีนี้รับรองไม่เลอะเทอะออกมาแน่นอน คุณผู้หญิงถ้างง ลองถามผู้ชายข้าง ๆ ดูครับว่าเพราะอะไร
..
หรือถ้าวันนี้เราถูกล็อตเตอรี่ 1 ล้านบาท ดีใจมาก แต่อยู่ ๆ คนที่บ้านโทรมาบอกว่าขโมยขึ้นบ้านเอาเงินไป 1 ล้านบาท ทีนี้เรากลับร้องห่มร้องไห้เสียใจมาก ทั้ง ๆ ที่ถ้าพูดกันตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว ได้เงินมา 1 ล้าน หายไป 1 ล้าน มันคือสมการ -1+1 = 0 เราต้องไม่รู้สึกอะไร แต่จริง ๆ แล้วคนเรามีความรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียมากกว่าการได้รับทั้ง ๆ ที่มูลค่ามันเท่ากัน ถ้าไม่เชื่อลองนึกถึงตอนที่เราได้กำไรและขาดทุนจากการลงทุนในจำนวนเงินที่เท่าๆ กันดูครับว่าจริงมั้ย
..
===============================
Trend ที่ 4 … Outside In ไม่ใช่ Inside Out

การที่ขายสินค้าแล้วบอกว่า ของดี ราคาถูก หรือคนขายเก่ง อาจจะไม่เพียงพอหรือเป็นสูตรสำเร็จในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากกว่าคือ “การเข้าใจลูกค้ามากกว่าที่ลูกค้าเข้าใจตัวเอง” เช่น
• Sony ไม่ได้พูดถึงเรื่องการถ่ายภาพถ่ายวีดีโอที่คมชัด แต่พูดถึงเรื่องการบันทึกความทรงจำแทน
• Revlon ก็ไม่ได้ขายความสวยงามให้ผู้หญิง แต่ขาย “ความหวัง และ ความมั่นใจ” ทำให้คุณผู้หญิงไม่ต้องลางานในวันที่ดินสอเขียนคิ้วหมด
• Bangkok Airways ก็ไม่ได้ขายเส้นทางการบิน แต่ขายความทรงจำให้กับคู่ Honeymoon ที่กำลังตกอยู่ในห้วงของความรัก

อ.เอกก์ เชื่อว่า “Customer is King” ส่วน “Content is Important” คือ เราต้องชัดเจนก่อนว่าลูกค้าคือใคร ต้องเข้าใจเค้าให้ได้มาก ๆ ถึงจะประสบความสำเร็จ เหมือนช่อง One จับกลุ่ม Gen Y ได้ชัด Money Channel ก็เข้าใจนักลงทุน ทำให้มีสปอนเซอร์ที่ชัดเจนมาลงโฆษณา
===============================
Trend ที่ 5 … Digital in Onlife
เป็นคำถามที่น่าสนใจว่าตกลงแล้ว Digital นี่มันคือ Online หรือ Offline กันแน่ อ.เอกก์ ตอบว่า มันคือ “Onlife” ที่จะมาอยู่บนชีวิตเราตลอดเวลาจนแยกไม่ออก ยกตัวอย่าที่น่าสนใจ คือ
• Amazon Go ร้านค้าที่ออกมาตอบโจทย์ภาวะเร่งด่วนโดยเฉพาะตอนเช้า โดยที่เราสามารถเดินเข้าไปซื้อของแบบไม่ต้องพกเงินสดหรือกระเป๋าสตางค์ ขอแค่มีมือถือเครื่องเดียวสแกนตรงทางเช้า เดินเข้าไปหยิบของ แล้วออกไปได้เลย ไม่ต้องมีพนักงานคิดเงิน ไม่ต้องต่อคิวจ่ายเงิน
• BingoBox เป็นร้านรูปแบบเดียวกัน แต่อยู่ในเมืองจีน มีขนาดเล็กหน่อยเหมือนร้านสะดวกซื้อ มี 500 สาขา (จำได้ว่าเคยเห็นน้อง Tina ทำคลิปวีดีโอไว้) โดยทำประตูเพิ่มเข้ามา ถ้าไม่ได้สแกนจ่ายเงินก็จะเปิดออกมาไม่ได้ แล้วแว่ว ๆ ว่า BingoBox อยากมาเมืองไทย ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงเพราะเจ้าของเค้ามีชื่อว่า Alibaba นั่นเอง
• Samsung กับตู้เย็นพูดได้ ต้องบอกว่า Vision ของเค้าสุดยอดมาก คือ อยากสร้างคำศัพท์ใหม่ใน Dictionary คือคำว่า Family Hub ประกอบไปด้วย Food + Fun + Family ไม่ใช่เป็นแค่ Fridge ที่เอาไว้เก็บอาหาร แต่จะคอยบอกเราได้ว่า อย่าลืมซื้อไข่กลับบ้านนะ หรือจะดูเลือดข้นคนจางที่ค้างอยู่ต่อให้จบมั้ย คุณแม่จะฟังสวลี ผกาพันธุ์ ต่อมั้ย อ้อตู้เย็น Samsung ราคาประมาณ 130,000 บาท
• Amazon Alexa เป็นอุปกรณ์ประจำบ้านที่คุยกับเรา และคอยดูแลเราในทุกเรื่องยิ่งกว่าแม่ ตั้งแต่ปลุกเราตื่นนอน ถ้าไม่ตื่นมีปลุกซ้ำ สั่งอาหาร เปิดน้ำร้อน เปิดทีวี ปิดไฟ ล็อคประตูให้แบบอัตโนมัติ คือทำทุกอย่างให้เราทั้งหมด ซึ่งก็มักจะมีคำถามตามมาว่า แล้วเราจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวมั้ย อ.เอกก์ ตอบได้อย่างน่าสนใจมากกว่า คำถามที่ควรถามคือ “เราควรจะอยู่อย่างไร ในโลกที่ไร้ความเป็นส่วนตัว”

==============================
Trend ที่ 6 … Deep Tech เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
6 เรื่องที่ต้องรู้ และเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีต่าง ๆ จำง่าย ๆ ว่า AA BB CC
1) AI หรือ Artificial Intelligent ที่อ.เอกก์ แปลง่าย ๆ ว่า “หุ่นยนต์ ฉล๊าด ฉลาด” ซึ่งมันคือพื้นฐานของเทคโนโลยีสุดล้ำที่เราเห็นกันทุกวันนี้
2) AR หรือ Augmented Reality ทำให้เราเห็นภาพเสมือนจริง เช่น ลองเสื้อโดยไม่ต้องถอดเสื้อ ดูสีรถโดยไม่ต้องมีรถทุกสีในโชว์รูม เป็นการลดต้นทุนทั้งการผลิตและค่าขนส่งได้มหาศาล
3) Big Data คือ ข้อมูลขนาดใหญ่มาก ๆ ที่เอามาใช้เข้าใจผู้บริโภคได้ เช่น ร้าน Target เก็บรวบรวมข้อมูลว่าถ้าลูกค้าซื้อของแบบนั้นแบบนี้จนครบ List เข้าข่ายว่าอาจจะเป็นคนท้อง และจะส่ง catalog คนท้องมาให้ถึงบ้าน ก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ว่าตัวเองท้องเสียอีก
4) Block Chain เหมือนเป็นการเก็บข้อมูลหรือสมบัติไว้ในห้องเล็ก ๆ หลาย ๆ ห้อง ร้อยเข้าด้วยกันเป็นห่วงโซ่ เรารู้ว่าอะไรอยู่ห้องไหนบ้าง มีขโมยมาห้องไหนก็จะรู้ และเพิ่มระดับความปลอดภัยได้ เป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงมาก
5) Cloud เกิดมาจากเดิมบริษัทต้องมี server ขนาดใหญ่เอาไว้เก็บข้อมูล ยิ่งเยอะก็ต้องยิ่งสร้างห้องใหญ่ แต่ตอนนี้เหมือนมีคนมาสร้าง server ขนาดใหญ่ แล้วปล่อยให้เราเช่าแทน เราไม่เห็นว่า server มันถูกเก็บไว้ที่ไหนเลยเรียกว่า Cloud เหมือนว่ามันเก็บไว้อยู่บนก้อนเมฆ
6) Computer Quantum แปลง่าย ๆ คือ คอมพิวเตอร์วิเศษที่เร็วมากและไม่ร้อน พังยากและจะมาเปลี่ยนโลก จบ

==============================
Trend ที่ 7 … ขอไข่ 6 ข้อในโลกดิจิตอล
1) ข้อมูล ธุรกิจทุกวันนี้ที่เราเห็น Alexa, JOOX, Samsung Family Hub ขายออกมาในราคาไม่แพงก็เพราะว่าเค้าต้องการข้อมูลจากเรา ต้องการรู้พฤติกรรมของเรา เพื่อที่จะเอาไปใช้วางแผนต่อได้ในอนาคต เรียกได้ว่า ใครมีข้อมูลเยอะกว่าจะเป็นผู้ชนะ
2) ข้ามโลก คือ ทุกคนแข่งกันได้หมด ต่อไปคู่แข่งของไปรษณีย์ไทย จะเป็น Drone ที่ส่งของได้แล้ว และตอนนี้ JD ก็กำลังทดลองทำอยู่
3) ขี้เหงา เพราะคนเป็นโสดมากขึ้น หรือครอบครัวมีลูกคนเดียวเยอะขึ้น การทำโปรโมชั่นประเภท มา 2 จ่าย 1 หรือ มา 4 จ่าย 2 แบบนี้แปลว่า ไม่เข้าใจลูกค้อย่างแท้จริง อย่าง MK เองก็มีความคิดจะทำเป็นหม้อเดี่ยว ๆ มากขึ้น
4) ขาดเหตุผล คือ คนใช้อารมณ์ในการตัดสินใจมากขึ้น แม้แต่เรื่องเดียวกันถ้าต่างคนทำ เวลาคนทั่วไปมองก็จะไม่เหมือนกัน เช่น พี่ตูนกับพี่เสก ถ้ามา Live ทำเรื่องเดียวกัน คนก็อาจจะคิดกับแต่ละคนต่างกัน
5) ของจริง ให้หลีกเลี่ยงการตลาดสีเทา หรือการพูดไม่จริง เพราะสุดท้ายจะย้อนกลับมาหาเรา เหมือนกระทะ Korea King บอกว่า 10 สายแรก หรือโทรมาภายในครึ่งชั่วโมง จะได้รับตะหลิว ได้ราคาพิเศษ แต่พูดแบบนี้อยู่ตลอดไม่ครบสิบสายซักที
6) ขัดเกลาใจ โลกนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก แม้แต่คนในยุคเดียวกันก็ยังตามกันไม่ทัน แต่สุดท้ายหนังสือที่ขายดีที่สุดคือ หนังสือธรรมะ

อ่านจบแล้ว อยากให้ลองไปฟังที่อ.เอกก์พูดมาก ๆ ครับ คือ มันจะได้อารมณ์มาก สนุก ได้ความรู้ ที่สำคัญอาจารย์เป็นคนที่พูดเรื่องยาก ๆ ให้เข้าใจได้ง่ายมาก ถ้าใครอยากรู้จักอ.เอกก์เพิ่มเติมเข้าไปติดตามได้ที่เพจ อัจฉริยะการตลาด หรือลองแวะไปอ่านหนังสืออัจฉริยะการตลาด หนังสือขายดีรองลงมาจากหนังสือธรรมะได้เลยครับ
#VIKH6 #การตลาดอัจฉริยะ #วิตามินหุ้น
Jatuphon Noon Suwanpinij