2015 · lesson · event
A boat showroom on the car lot — a business I didn't know, and a partner I didn't check
Original text in Thai
ปี 2558 ผมอยู่ฟอร์ดมาสองปี รายได้ของโชว์รูมไม่พอ ผมหาช่องทางหารายได้เพิ่ม แล้วน้องคนหนึ่งขอโอกาส — เปิดโชว์รูมขายเรือในพื้นที่ของโชว์รูมรถ
น้องพาผมไปรู้จักคนในวงการหลายคน ไปดูงานขายเรือที่กรุงเทพ ไปงานเรือที่พัทยา ได้รู้จักช่างซ่อมเรือ ช่างเครื่องยนต์ ไปจนถึงคนขายเรือมืออาชีพ ทุกคนดูเป็นของจริง ผมเลยตัดสินใจเปิด และไว้วางใจให้น้องเป็นคนรันธุรกิจเอง ส่วนผมกลับไปช่วยคุณอาดูแลฟอร์ดตามเดิม เปิดตัวโชว์รูมปลายเดือนตุลาคม 2558
ปัญหาโผล่ทีละอย่าง เรือที่เอามาขายเป็นเรือสำหรับแม่น้ำ ไม่ใช่ทะเล — สินค้าผิดประเภทตั้งแต่ต้นสำหรับเมืองอย่างภูเก็ต เรือทำไฟแนนซ์ไม่ได้ เพราะสถาบันการเงินมองว่าเสี่ยงต่อการสูญหายและติดตามยาก พอตามน้องไปสักระยะก็เริ่มเห็นอาการ — ไม่มีเงินชำระในหลายส่วน แล้ววันหนึ่งน้องก็ทิ้งกิจการและขาดการติดต่อ
สิ่งที่ผมสืบทราบทีหลังคือ คนเก่งๆ ที่น้องพาผมไปเจอ ก็ถูกพาให้มาเจอกันเหมือนผม น้องดึงเครดิตจากทั้งสองฝั่งมาให้รู้จักกัน โดยที่ตัวน้องเองไม่ได้มีของอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ผมเชื่อคนที่คนอื่นเชื่อ และคนอื่นก็เชื่อเพราะผมเชื่อ
บทเรียนมีสองข้อ ข้อแรก: จะทำกิจการอะไรต้องรู้ลึกรู้จริงเอง ไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ ผมไม่รู้เรื่องเรือ และไม่ได้พยายามจะรู้ ข้อสอง: พาร์ตเนอร์ต้องเช็คให้แน่ว่าเป็นของจริง — ไม่ใช่เช็คว่าเขารู้จักใคร แต่เช็คว่าเขาทำอะไรมาเองบ้าง
ค่าเรียนครั้งนี้ไม่มาก แต่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย สิ่งที่เหลือมาคือความรู้เรื่องเรือ ความเข้าใจว่าสินค้าบางอย่างขายกันแบบพรรคพวกซื้อตามกันโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อนเก่งๆ จากกรุงเทพที่ยังคบกันอยู่ และคนหนึ่งจากเรื่องนี้ที่มาทำงานฟอร์ดอย่างตั้งใจจนวันนี้ไปอยู่ทีมฟอร์ดประเทศไทย
หลายปีต่อมาน้องกลับมาขอความช่วยเหลืออีกครั้ง ผมตั้งใจว่าช่วยแล้วถ้าดีจะช่วยต่อ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่รักษาคำพูดอีกครั้ง ตั้งแต่นั้นผมไม่ได้คุยกับเขาอีกเลย — ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะโอกาสที่สองผมให้ไปแล้ว